ชาวบ้านหัวช้าง ขอเรียนเชิญ... นักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชน หยุดแวะเคารพสักการะบูชา พระพุทธรูปเก่าแก่
เพื่อความเป็นศิริมงคลกับชีวิตก่อนการเดินทางไกล ซึ่งประดิษฐานอยู่ท่ามกลางดินแดนทุ่งกุลาร้องไห้
ณ.บริเวณวัดบ้านหัวช้าง ตำบลโนนสวรรค์ อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด
บนทางหลวงหมายเลข 202 เส้นทางระหว่างอำเภอพยัคฆภูมิสัย กับ อำเภอเกษตรวิสัย
ตามแผนที่
พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านและธรรมชาติอันบริสุทธิของดินแดนทุ่งกุลาร้องไห้ ผู้เป็นเกษตรกรสันหลังของชาติที่ผลิตข้าวหอมมะลิไทยส่งออกขายต่างประเทศ
|
| » พระพุทธรูปเก่าแก่ |
 |
พระพุทธรูปเก่าแก่ประดิษฐานอยู่ ณ.วัดบ้านหัวช้าง มีอายุนานกว่าร้อยปี เป็นองค์พระที่ชาวบ้านในดินแดนทุ่งกุลาร้องไห้ เคารพสักการะบูชาและยึดเหนี่ยวจิตใจตลอดมา |
 |
|
|
| » พระอุโบสถ |
| ศาสนสถานที่ลูกหลานชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกัน บริจาคก่อสร้างขึ้นมา เพื่อใช้ประกอบในศาสนกิจของพุทธศาสนาประจำหมู่บ้าน ใช้เวลาก่อสร้างเกือบ 10 ปี |
 |
 |
|
|
| » พระพุทธบาทจำลอง |
| รูปพระพุทธบาทจำลอง ที่สร้างขึ้นมาด้วยจิตศรัทธาและเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาของชาวบ้าน |
 |
 |
|
|
| » ทุ่งกุลาร้องไห้ |
เป็นทุ่งกว้างใหญ่ของภาคอีสาน มีอาณาเขตครอบคลุมถึง 5 จังหวัด คือ
ในแนวทิศเหนือนั้นครอบคลุมอำเภอปทุมรัตน์ อำเภอเกษตรวิสัย และอำเภอสุวรรณภูมิ ของจังหววัดร้อยเอ็ด
ในแนวทิศใต้มีลำน้ำมูลทอดยาวตลอดพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์
ในแนวทิศตะวันตกผ่านอำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร และอำเภอพยัคฆภูมิพิสัยของจังหวัดมหาสารคาม
ซึ่งในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ประมาณ 3 ใน 5 นั้นอยู่ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด ทุ่งกุลาร้องไห้มีเนื้อที่กว้าง 2,107,681 ไร่
สาเหตุที่ทุ่งกว้างแห่งนี้ได้ชื่อว่าทุ่งกุลาร้องไห้นั้น ก็ด้วยมีเรื่องเล่ากันว่า พวกกุลาซึ่งเป็นพวกที่เดินทางค้าขายระหว่างเมืองต่างๆ
ในสมัยโบราณได้ชื่อว่าเป็นนักต่อสู้ คือ มีความเข้มแข็งอดทนเป็นเยี่ยม แต่เมื่อพวกกุลาเดินทางมาถึงทุ่งนี้
ได้รับความทุกข์ยากเป็นอันมากถึงกับร้องไห้ เพราะตลอดทุ่งนี้ไม่มีน้ำหรือต้นไม้ใหญ่เลย ฤดูแล้งแผ่นดินก็แห้งแตกระแหง
ปัจจุบันท้องทุ่งอันกว้างใหญ่นี้ได้รับการพัฒนาจากส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ บางแห่งก็ทำการเกษตรกรรม
บางแห่งก็ใช้เป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ ซึ่งนับแต่จะมีความอุดมสมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ ศูนย์พัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ห่างจากที่ว่าการอำเภอสุวรรณภูมิ 6 กิโลเมตร เลยกู่พระโกนาไปเล็กน้อย
|
|
|